| กทท.ยอมรับแผนอุ้ม'ฮัทชิสัน'ส่อล่ม |
|
|
|
| Wednesday, 08 June 2011 08:04 |
|
นายเฉลิมชัย มีคุณเอี่ยม ผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) เปิดเผยว่า กทท.ได้แจ้งให้บริษัท ฮัทชิสัน แหลมฉบัง เทอร์มินัล จํากัด ผู้รับสัมปทานลงทุน ก่อสร้าง บริหาร และประกอบกิจการท่าเรือ เอ3 ซี1 ซี2 ดี1 ดี2 และดี 3 ในเขตท่าเรือแหลมฉบัง เสนอมาตรการขอความช่วยเหลือมาอีกครั้ง เพราะการยุบสภาส่งผลให้ต้องเริ่มต้นพิจารณาใหม่ทั้งหมด โดยคณะกรรมการตามมาตรา 22 ของพรบ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 จะเป็นผู้พิจารณาข้อเสนอของบริษัท เพื่อเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาต่อไป "ขณะนี้ต้องยึดสัญญาเดิมเป็นหลัก เพราะทุกอย่างต้องนับหนึ่งใหม่ หากบริษัทไม่สามารถก่อสร้างท่าเรือให้แล้วเสร็จตามกำหนด กทท.ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญา เช่น การเรียกค่าปรับจากความล่าช้าในการก่อสร้าง"นายเฉลิมชัย กล่าว ด้านนายเฉลิมเกียรติ สลักคำ ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ในฐานะประธานคณะกรรมการตามมาตรา 22 กล่าวว่า คณะกรรมการจะนำข้อสังเกตของหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) มาประกอบการพิจารณามาตรการให้ความช่วยเหลือบริษัทต่อไป โดยในเบื้องต้นคาดว่ามาตรการให้ความช่วยเหลือ อาจดำเนินการได้เฉพาะการขยายเวลาแล้วเสร็จของท่าเทียบเรือชุดดี ส่วนการเกลี่ยการจ่ายผลตอบแทนรายปีให้กทท. โดยปรับลดการจ่ายผลตอบแทนในช่วงปีที่ 4 ถึงปีที่ 10 และจ่ายผลตอบแทนเพิ่มจากปีที่ 11ถึงปีที่ 30 คงไม่สามารถดำเนินการได้ "สัญญาระบุว่าฮัทชิสันต้องก่อสร้างท่าเทียบเรือดี 1 ดี 2 และดี 3 ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ต.ค.2554 ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างท่าเรือดี 1 เพียงท่าเดียว ขณะนี้ยังไม่ถือว่าผิดสัญญา ต้องรอให้ครบกำหนดตามสัญญาก่อน และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะขยายเวลาก่อสร้างให้บริษัท เพราะการเติบโตของปริมาณสินค้าต่ำกว่าเป้าหมายจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมา ส่วนความเสียหายจากการก่อสร้างล่าช้านั้น สัญญาระบุให้จ่ายค่าปรับวันละประมาณหมื่นบาทเท่านั้น"นายเฉลิมเกียรติ กล่าว ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(กนร.) มีมติให้เกลี่ยการจ่ายผลตอบแทนรายปีให้กทท. โดยปรับลดการจ่ายผลตอบแทนในช่วงปีที่ 4 ถึงปีที่ 10 รวมเป็นเงิน 3,720 ล้านบาท และให้จ่ายผลตอบแทนจากปีที่ 11ถึงปีที่ 30 รวมเป็นเงิน 12,201 ล้านบาท โดยมูลค่าปัจจุบันสุทธิหรือNPVตลอดอายุสัญญาจะไม่ลดลงจากเดิมคือ 1.01 หมื่นล้านบาท และให้ขยายเวลาก่อสร้างท่าเทียบเรือดี1 ดี2 และดี3 ให้แล้วเสร็จในวันที่ 31 ต.ค. 2559 แต่ครม.ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว Source : |