Bangkok Shipowners and Agent Association

Bangkok Shipowners and Agents Association

To promote shipping interest with the goal of dealing with problems facing general shipping interests in Thailand and her territorial waters.

Home News Local Shipping News ‘เกื้อกูล’ เพิ่มประสิทธิภาพท่าเรือรับเปิดเสรี รื้อค่าภาระรอบ 10 ปี
‘เกื้อกูล’ เพิ่มประสิทธิภาพท่าเรือรับเปิดเสรี รื้อค่าภาระรอบ 10 ปี PDF Print E-mail
Monday, 04 October 2010 09:21

 

“เกื้อกูล” สั่งการท่าเรือฯ รื้ออัตราค่าภาระการบริการใหม่ หลังจากใช้มาแล้วนับ 10 ปี ย้ำจำเป็นต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และรองรับการแข่งขันเสรีทางการค้า ชี้ปัจจุบันมีการเก็บกว่า 20 รายการ ทำให้ซ้ำซ้อน

     เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2553 การท่าเรือแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมเจ้าท่า ได้มีการจัดประชาพิจารณ์ กรณีปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างค่าภาระท่าเรือ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังอย่างล้นหลาม ทั้งภาครัฐและ เอกชน อาทิ สมาคมเจ้าของเรือไทย สมาคมเจ้าของเรือกรุงเทพ เจ้าของท่าเรือ ผู้ขนส่ง รวมทั้งผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ตลอดจนนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับขนส่งทางน้ำ ซึ่งจากการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว เอกชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะปรับปรุงโครงสร้างค่าภาระในขณะนี้ แต่อยากเห็นในเรื่องของการพัฒนาการให้บริการมากกว่า
     นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานสรุปผลการประชาพิจารณ์การปรับปรุงอัตราค่าภาระเรือ ว่า ได้มีนโยบายให้กรมเจ้าท่า และการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ในการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าภาระการบริการของท่าเรือต่างๆ ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพการให้บริการ และรองรับการแข่งขันเสรีทางการค้า โดยเปิดรับฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งสมาคมเจ้าของเรือไทย เจ้าของท่าเรือ ผู้ขนส่ง ผู้นำเข้าและส่งออก ผู้ใช้บริการ และรวบรวมข้อคิดเห็นที่ได้ไปศึกษาเพื่อทำโครงสร้างค่าภาระใหม่ที่มีความ เหมาะสม และเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาต่อไป
     ทั้งนี้ อัตราค่าภาระที่เรียกเก็บในปัจจุบันกำหนดเป็นเพดานขั้นสูงต่ำ และไม่เคยปรับมาตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งผู้เกี่ยวข้องได้ให้ความเห็นว่า ปัญหาการเก็บค่าภาระในปัจจุบันมีหลายประเด็น เช่น บางรายการเก็บซ้ำซ้อนกัน ซึ่งควรพิจารณาอัตราโดยแยกกลุ่มของสินค้า หรือการใช้บริการ, ควรกำหนดอัตราค่าภาระที่สะท้อนถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน เช่น ราคาน้ำมัน, ต้องคำนึงความสอดคล้องระหว่างอัตราที่เก็บ กับบริการและประสิทธิภาพที่ได้รับ, ควรมีตัวชี้วัด (KPI) ในการให้บริการของท่าเรือแต่ละแห่ง และควรเปรียบเทียบกับอัตราค่าภาระของประเทศอื่นๆ เป็นต้น
     โดยปัจจุบัน ท่าเรือจะเรียกเก็บค่าภาระ และค่าบริการ ตามกิจกรรม แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ
          1. ค่าภาระและค่าบริการเรียกเก็บจากเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือ
          2. ค่าภาระและค่าบริการ เรียกเก็บจากผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออก
          3. ค่าภาระตู้สินค้า
          4. ค่าบริการอื่นๆ เช่น ค่าเช่า ค่าเครื่องมืออุปกรณ์ ค่าน้ำ ค่าขยะ เป็นต้น
     นายเกื้อกูล กล่าวว่า ในภาพรวมอัตราค่าภาระของท่าเรือประเทศไทย ยังถือว่าต่ำกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค และการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ ไม่ได้เป็นการปรับขึ้นราคา แต่เป็นการปรับปรุงให้โครงสร้างค่าบริการแต่ละตัวมีความเหมาะสม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งจะให้นักวิชาการที่เป็นกลางเข้ามาศึกษา และสรุปออกมาให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งตนอยากให้สรุปโครงสร้างค่าภาระใหม่ภายในปีนี้
     “การทบทวนเรื่องอัตราค่าภาระของการท่าเรือฯ เพราะต้องการหาอัตราที่เหมาะสมว่าเป็นอย่างไร เพราะได้ใช้มาแล้วกว่า 10 ปี จึงจำเป็นต้องปรับปรุงประสิทธิภาพให้มากขึ้น จะนำแนวคิดที่ได้ในวันนี้ไปสังเคราะห์อีกครั้งหนึ่ง ส่วนภาคเอกชนที่ไม่อยากให้มีการขึ้นราคา ก็ต้องคุยกันด้วยเหตุผลว่าเพราะอะไร ทั้งนี้ จะขึ้นหรือไม่ขึ้นก็ต้องดูต้นทุนที่แท้จริง และต้องดูอัตราค่าภาระของประเทศเพื่อนบ้านควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะต้องทำให้เร็วที่สุด” นายเกื้อกูล กล่าว
     นายสุรพงษ์ รงศิริกุล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายพัฒนาองค์กรและเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยว่า เรื่องนี้ นายเกื้อกูล รมช.คมนาคม ได้สั่งให้การท่าเรือฯ ศึกษาโครงสร้างค่าภาระท่าเรือ เนื่องจากเห็นว่า 10 ปีแล้วที่ยังใช้กฎระเบียบนี้อยู่ การศึกษาเรื่องดังกล่าวไม่ได้เจาะจงไปที่ราคา แต่ให้พิจารณาทั้งระบบว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้เร่งรีบ
     “เรื่องนี้ เป็นเพราะต้องการดูโครงสร้างให้ทันสมัย ให้เหมาะกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน ไม่ได้โฟกัสไปที่ราคา แค่ต้องการปรับปรุงวิธีการจัดเก็บเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันค่าจัดเก็บมีอยู่ประมาณ 20-30 รายการ การประชาพิจารณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก คิดว่าต้องมีการประชาพิจารณ์อีกครั้งหนึ่ง” นายสุรพงษ์ กล่าว
     นายโสรัจ ช่อชูวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป ท่าเรือบีเอ็มที แปซิฟิค กล่าวว่า ในส่วนของท่าเรือเอกชน รัฐได้กำหนดให้เก็บอัตราค่าภาระของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เป็นตัวคำนวณ ซึ่งเรื่องนี้ตนมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ที่จะเอาโครงสร้างของการท่าเรือฯ มาใช้กับท่าเรือเอกชน ซึ่งโครงสร้างและต้นทุนของการท่าเรือ กับของท่าเรือเอกชน จะไม่เหมือนกัน ท่าเรือเอกชนเกิดขึ้น เพราะต้องการเป็นท่าส่งออกของตัวเอง ในเรื่องนี้จึงน่าจะให้อิสระเอกชนในการคิดค่าภาระเอง ตนจึงขอแนะนำว่าการท่าเรือฯ ต้องปรับโครงสร้างให้ชัดเจนก่อน ส่วนกรมเจ้าท่า ก็ให้ทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุน

ที่มา : http://transportnews.co.th