Bangkok Shipowners and Agent Association

Bangkok Shipowners and Agents Association
To co-ordinate shipping services and operations among shipowners, official and unofficial bodies concerned with shipping.
Home News Local Shipping News ขน.หวั่นชวดงบฯไทยเข้มแข็ง ชะลอสร้าง"ท่าเรือปากบารา"
ขน.หวั่นชวดงบฯไทยเข้มแข็ง ชะลอสร้าง"ท่าเรือปากบารา" PDF Print E-mail
Monday, 16 November 2009 03:01

กรม ขนส่งทางน้ำฯ ลดของบฯ "ไทยเข้มแข็ง" จาก 12,000 ล้าน เหลือ 2,800 ล้าน ตัดท่าเรือน้ำลึกปากบาราออกไปก่อน ซุ่มศึกษาสร้างท่าเรือชุมพรเชื่อมท่าเรือระนองหวังขนสินค้าไม่ต้องผ่านช่อง แคบมะละกา เล็งสร้างรีสอร์ตกลางทะเลใกล้เกาะปันหยีเลียนแบบมัลดีฟหวังโกยเงินนักท่อง เที่ยว

จากนโยบายรัฐบาลที่จะเพิ่มปริมาณการขนส่งทางน้ำและทาง รางเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี จึงต้องเร่งจัดทำนโยบายและของบประมาณจากภาครัฐมาดำเนินการใน 3 เรื่องใหญ่

โดย นายชลอ คชรัตน์ อธิบดีกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี (ขน.) กล่าวว่า กรมกำลังเจรจาต่อรองของบฯฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 หรืองบฯ "ไทยเข้มแข็ง" จำนวน 12,000 ล้านบาทเศษ เพื่อก่อสร้างโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา จังหวัดสตูล แถบฝั่งทะเลอันดามัน มูลค่า 8,000 ล้านบาทเศษ ไม่รวมอุปกรณ์โครงการท่าเรืออเนกประสงค์ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด มูลค่า 1,200 ล้านบาทเศษ และโครงการจัดสร้างเขื่อนป้องกันน้ำกัดเซาะตลิ่งกับโครงการขุดลอกร่องน้ำใน แม่น้ำและทะเลมูลค่า 1,000 ล้านบาทเศษ

ล่าสุดกรมได้ตัดโครงการก่อ สร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ที่กำลังสำรวจจัดทำผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) รอบสุดท้ายออกไปก่อน จึงเหลือโครงการที่จะของบฯไทยเข้มแข็งเพียง 2,800 ล้านบาทเศษเท่านั้น

"ท่าเรือน้ำลึกปากบารา นายกรัฐมนตรีให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กลับไปศึกษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะปัญหาหลังท่าเรือจะกระทบต่อชาวบ้านหรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่ รวมทั้งการสร้างแลนด์บริดจ์ที่ผ่าน EIA ไปแล้วเพื่อเชื่อมกับท่าเรือสงขลา 2 ที่จะต้องทำประชาพิจารณ์"

ส่วนความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ เพื่อรองรับกับภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวและ การขนส่งทางน้ำที่มีเพิ่มขึ้นมากนั้น กรมจะจัดระบบการขนส่งทางน้ำในแม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะขนส่งสินค้าไปถึงอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

นอก จากนี้กรมได้สร้างท่าเรือประหยัดพลังงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มูลค่า 300 ล้านบาท เริ่มดำเนินการสร้างในปี 2552 จะแล้วเสร็จปลายปี 2553 เมื่อก่อสร้างเสร็จก็โอนให้กรมธนารักษ์ไปดำเนินการจัดหาผู้บริหารท่าเรือต่อ ไป ซึ่งต้องหารือกับองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่

ในขณะที่ท่า เรือของภาคเอกชน คือ กลุ่มซีพีเปิดดำเนินการไปแล้วที่กำลังเจรจาเรื่องที่ดินเพื่อสร้างท่าเรือ ประหยัดพลังงานอีกแห่งอยู่ที่อ่างทองมูลค่า 300 ล้านบาทเศษ สร้างเสร็จก็ต้องโอนให้กรมธนารักษ์ ไปดำเนินการหาผู้บริหารท่าเรือต่อไปอาจจะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาบริ หารก็ได้

สำหรับท่าเรือเชียงแสน 2 ดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว 5% สร้างเสร็จปี 2554 ส่วนผู้บริหารท่าเรือนั้น การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สนใจและเริ่มดำเนินการศึกษาเพื่อเอาข้อมูลมาให้กรมเพื่อนำเสนอต่อคณะ รัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป คาดว่าอีก 2-3 เดือนจะแล้วเสร็จ

ส่วนท่า เรือเชียงแสน 1 จะเป็นท่าเรือท่องเที่ยวและจะคืนให้กรมธนารักษ์เพื่อ ไปจัดหาผู้บริหาร ซึ่งเรื่องนี้ต้องเสนอต่อ ครม.พร้อมกับท่าเรือเชียงแสน 2 ทาง ด้านการสร้างท่าเรือชุมพร กรมกำลัง ศึกษา เพื่อเชื่อมกับท่าเรือระนอง ขณะนี้กำลังสร้างถนน 4 เลนจากชุมพรไประนอง ซึ่งจะทำให้ร่นระยะเวลาและลดต้นทุนการขนส่งสินค้าที่ไม่ต้องอ้อมผ่านช่องแคบ มะละกา

นายชลอกล่าวต่อว่า ทางด้านสะพาน 4-5 แห่งในเขตปทุมธานี พระนครศรี อยุธยา อ่างทอง ที่มีปัญหาความสูงเป็น อุสรรคต่อการขนส่งของเรือบรรทุกตู้ คอนเทนเนอร์ในลำน้ำนั้น กรมทางหลวงพร้อมรับไปพิจารณาแก้ไข โดยกรมการขนส่งทางน้ำฯจะส่งเจ้าหน้าที่ไปประชุมร่วม ส่วนการจราจรในลำน้ำบางแห่งที่แคบอาจมีปัญหาเรื่องเรือแล่นสวนทางกัน ขณะนี้ยังไม่มี

ปัญหาที่เกิดตอนนี้จะเป็นเรื่องหลักจอด ทุ่นจอดมากกว่า ต่อไปจะจอดตามใจไม่ได้ ต้องวางระบบตั้งแต่การขุดลอกร่องน้ำ การทำทุ่น การเดินเรือ

นอกจากนี้ ในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการบริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) การท่าเรือฯได้ลงทุน 1,000 ล้านบาทเศษ สร้างท่าเรือรองรับการขนส่งสินค้าชายฝั่ง สามารถจอดเรือได้ 2-3 ลำที่ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง เริ่มก่อสร้างแล้วคาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 1 ปีเศษ ขณะเดียวกันท่าเรือเอกชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านพระประแดง สมุทรปราการ ก็กำลังปรับปรุงท่าเรือให้ดีขึ้น

เรื่องที่ 2 คือ โครงการ Marine traffic control เพื่อตรวจสอบการนำร่องน้ำเรือ เข้าออก มีเรดาร์จับ จะให้บริษัทวิทยุการบิน เข้ามาดำเนินการติดตั้งที่ศรีราชาและ ท่าเรือกรุงเทพ

ต่อไปจะขยายไปถึงภูเก็ต สุราษฎร์ธานี เชื่อมถึงเชียงแสน โดยเครือข่ายของศรีราชา ปัจจุบันใช้วิทยุนำร่อง ใช้ทักษะล้วน ๆ หากเฉี่ยวกันเรือก็เอียงจมได้ และ กู้ลำบากมาก

สุด ท้ายคือ เรื่องสร้างที่พักกลางทะเลรองรับนักท่องเที่ยว เหมือนที่มัลดีฟที่คิดค่าเช่าห้องละ 1 แสนบาทขึ้นไป ไทยมีแหล่งท่องเที่ยวมาก หากมีการสร้างในทะเลโดยมีกฎหมายรองรับจะสร้างมูลค่าได้มาก ซึ่งในเร็ว ๆ นี้ตนจะไปดูแถวเกาะปันหยีว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ